โลกดิจิตัล (มุมมองจากผู้ถูกกระทำ)


#1

โลกดิจิตอล “น่ากลัว” กว่าที่คิด !!!

เปรียบเหมือน “คลื่นยักษ์” ที่ทำลายล้างทุกอย่างที่ขวางหน้า

หลังจากที่คลื่นลูกนี้ Disrupt (ทำลายล้าง) ธุรกิจฟิล์มถ่ายรูปแล้ว ต่อมาก็ทำลายล้างธุรกิจเทปซีดี ตอนนี้กำลังทำลายล้างธุรกิจทีวีและธุรกิจสิ่งพิมพ์

ปัจจุบัน คนแทบไม่ดูทีวี คนอ่านหนังสือน้อยลงมาก หันไปเล่นสมาร์ทโฟนกันหมด

ต่อไป คลื่นลูกนี้กำลังมุ่งสู่ธุรกิจการเงิน สาขาของธนาคารหลายแห่งจะปิดตัว หรือควบรวมกิจการ

ห้างสรรพสินค้าจะเป็นเหมือนโชว์รูม คือคนไปเดินดูสินค้า แต่ไม่ซื้อ กลับมาซื้อผ่านออนไลน์ที่ถูกกว่า 20-30% และมีธุรกิจอีกมากมายที่ “รอคิว” ที่จะถูกทำลายล้างอยู่

ภายในอีกไม่กี่ปี ตำแหน่งงานในสหรัฐ จะหายไปหลายล้านตำแหน่ง
.

ถามว่า “ตัวเราล่ะ” เตรียมพร้อมที่จะรับคลื่นลูกนี้หรือยัง? เตรียมพร้อมเพื่อรับแรงกระแทกจากคลื่นดิจิตอล คลื่นยักษ์ที่จะทำลายล้างทุกสิ่ง ยกเว้น “คนที่พัฒนาและปรับตัว” อยู่เสมอ ดูบทความนี้ประกอบ …

โลกเปลี่ยน…คนเป็นครูต้องตีลังกากลับหัว คิดสอนแบบเดิมไม่ได้แล้ว! ตรงกับบทความในหนังสือ “This is a กู” ว่า… โลกกำลังเปลี่ยน ธุรกิจกำลังเปลี่ยน … หลายอย่างตอนนี้มันตีลังกากลับหัวหมด กลับหัวจนคนไทยงงและตามไม่ทัน

เมื่อก่อนธุรกิจที่มั่นคง น่าเชื่อถือ ต้องมีโรงงาน มีสำนักงาน มีบุคลากรเยอะๆ แต่สมัยนี้ ยิ่งน้อยยิ่งดี แต่น้อยอย่างมีประสิทธิภาพ คนน้อย กำไรเยอะ ค่าตอบแทนสูง มันกลับหัวไปหมดจากอดีต

Apple ไม่เคยมีโรงงานผลิตของตัวเอง แต่ครองตลาดอันดับ 1 ของโลก เพราะจ้างผลิตล้วนๆ กำไรเพิ่มขึ้นทุกปี มาร์จิ้นสูงมาก ผลประกอบการดี๊ดี

Facebook, Google มีรายได้มหาศาลจากโฆษณา โดยไม่มีพนักงานขายโฆษณาเลยสักคน เพราะใช้พาร์ทเนอร์ และให้ลูกค้าทำเองได้ กำไรเพิ่มขึ้นทุกปี มาร์จิ้นสูงมาก ผลประกอบการดี๊ดี
.

วันนี้ไม่เพียงแต่ตัวอย่างข้างต้น แต่เราจะเห็นโมเดลธุรกิจแบบนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นี่เรื่องจริง ไม่ได้ล้อเล่น! ไม่เชื่อ ดูข้อมูลต่อไปนี้

Uber เป็นบริษัทแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ไม่มีรถของตัวเองสักคัน

Alibaba เป็นแหล่งค้าปลีกออนไลน์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก แต่ไม่เคยมีสินค้าและสต็อกสินค้าเลยสักชิ้น

ล่าสุด Airbnb ผู้จัดหาห้องพักใหญ่ที่สุดในโลก แต่ไม่มีห้องพักของตัวเองเลยแม้แต่ห้องเดียว

นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น นี่คือการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ โลกกำลังเปลี่ยน ธุรกิจกำลังเปลี่ยน หลายอย่าง มันตีลังกากลับหัวหมด คุณตามการเปลี่ยนแปลงทันนะครับ…

“ร้านค้าอยู่บนอากาศ สาขาคือมนุษย์ทุกๆคน”
.

ชีวิตในอนาคต โลกนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร? ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร?

ในปี 1998 บริษัทโกดักมีพนักงาน 170,000 คนและมียอดขาย 85% ของกระดาษภาพถ่ายทั่วโลก แต่ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี รูปแบบธุรกิจของพวกเขาหายไป และต้องประสบกับภาวะล้มละลาย

สิ่งที่เกิดขึ้นกับบริษัทโกดักจะเกิดขึ้นอีกกับอีกหลายอุตสาหกรรมใน 10 ปีข้างหน้า และคนส่วนใหญ่จะยังมองไม่เห็น

จะมีใครในปี 1998 ที่คาดคิดบ้างว่าอีก 3 ปีต่อมาคุณจะไม่ถ่ายภาพบนแผ่นฟิล์มกระดาษอีกต่อไป กล้องดิจิตอลอันแรกที่ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1975 มีความละเอียดเพียง 10,000 พิกเซล

ตามกฎของมัวร์ เทคโนโลยีส่วนใหญ่ที่สร้างความผิดหวังในตอนแรกและใช้เวลานานก่อนที่มันจะกลายเป็นความสำเร็จและเป็นวิธีที่ดีกว่าในเวลาอันรวดเร็ว

มันจะเกิดขึ้นเช่นเดียวกันกับปัญญาประดิษฐ์(หุ่นยนต์), สุขภาพ, รถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ, การศึกษา, เครื่องพิมพ์ 3 มิติ, การเกษตรและการจ้างงาน
.

ขอต้อนรับเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคที่ 4 และต้อนรับสู่ยุคทวีคูณ

(1) ซอฟท์แวร์จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมมากที่สุดใน อีก 5-10 ปีข้างหน้า Uber เป็นเพียงซอฟท์แวร์ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์ใดๆ แต่จะกลายเป็นบริษัทรถแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Airbnb จะเป็นบริษัท โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินใดๆเลย คอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์(หุ่นยนต์) จะฉลาดขึ้นเป็นทวีคูณและมีความเข้าใจโลกดีกว่ามนุษย์ ในปีนี้ คอมพิวเตอร์สามารถเอาชนะมนุษย์ในการเล่นเกมหมากรุกโกะ ซึ่งเร็วกว่าที่คาดคิดไว้ถึง 10 ปี

(2) ในสหรัฐอเมริกา ทนายความที่จบใหม่เริ่มตกงาน เพราะคอมพิวเตอร์ IBM Watson, สามารถให้คำแนะนำด้านกฎหมายพื้นฐานได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีและมีความแม่นยำถึง 90% เมื่อเทียบกับมนุษย์ที่มีความแม่นยำเพียง 70% ดังนั้นถ้าคุณกำลังเรียนกฎหมายอยู่ก็เลิกได้เลย เพราะในอนาคต อาชีพทนายจะหายไปกว่า 90% เหลือแต่ผู้เชี่ยวชาญกฏหมายเฉพาะด้านเท่านั้น

(3) ปัจจุบันคอมพิวเตอร์วัตสันได้เข้ามามีส่วนช่วยพยาบาลในการวินิจฉัยโรคมะเร็งได้เร็วและแม่นยำกว่ามนุษย์ถึง 4 เท่า

(4) Facebook ขณะนี้มีซอฟท์แวร์ในการจดจำรูปแบบใบหน้ามนุษย์ที่เหนือกว่าคน ในปี 2030 คอมพิวเตอร์จะเริ่มฉลาดกว่ามนุษย์

(5) รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติคันแรกจะเผยโฉมต่อสาธารณชนในปี 2018 … ประมาณปี 2020 อุตสาหกรรมรถยนต์จะล่มสลาย ไม่มีความจำเป็นที่คุณจะต้องมีรถยนต์ส่วนตัวอีกต่อไป เพราะเพียงแค่คุณโทรศัทพ์เรียก รถแท็กซี่ก็จะมารับคุณในตำแหน่งที่คุณเรียกและส่งคุณไปยังจุดหมายปลายทาง โดยคุณไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าที่จอดรถ จ่ายเฉพาะค่ามิเตอร์และยังสามารถทำงานไปด้วยในขณะเดินทางอีก ลูกๆ ของเราก็ไม่จำเป็นต้องสอบใบขับขี่หรือซื้อรถยนต์

(5) ตัวเมืองจะเปลี่ยนแปลงไป เพราะรถยนต์จะหายไปจากท้องถนน 90-95% เราสามารถเปลี่ยนพื้นที่จอดรถให้กลายเป็นสวนสาธารณะได้ อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกปีละ 1.2 ล้านคนก็จะลดลง รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติจะช่วยลดอุบัติเหตุทางจราจรจากหนี่งรายต่อทุก 1 แสน กม. เหลือเพียงหนึ่งรายต่อทุก 10 ล้าน กม. ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียชีวิตมนุษย์ได้ปีละนับล้านคน

(6) บริษัทรถยนต์ส่วนใหญ่จะประสบกับการล้มละลาย บริษัทรถยนต์ที่อนุรักษ์นิยมจะเพียงแค่พยายามพัฒนารถยนต์ของตนให้ดีขึ้น ในขณะที่บริษัท TECH (Tesla, Apple, Google) จะปฏิวัติการสร้างรถยนต์โดยใส่คอมพิวเตอร์ลงในล้อรถยนต์ ผมคุยกับวิศวกรจากโฟล์คสวาเกนและออดี้ พวกเขากลัวคู่แข่งอย่างเทสลามาก

(7) บริษัทประกันภัยจะเกิดปัญหาใหญ่เพราะเมื่อไม่มีอุบัติเหตุ, เบี้ยประกันก็จะถูกลง 100 เท่า รูปแบบธุรกิจประกันภัยรถยนต์จะหายไป

(8) อสังหาริมทรัพย์จะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะถ้าคุณสามารถทำงานได้ระหว่างการเดินทาง คนก็จะย้ายออกไปอาศัยอยู่ในพื้นที่รอบนอก ที่มีทัศนียภาพสวยงามกว่ามากขึ้น

(9) รถยนต์ไฟฟ้าจะกลายเป็นรถยนต์กระแสหลักภายในปี 2020 เมืองก็จะมีเสียงดังหนวกหูลดลง เพราะรถทุกคันจะเป็นรถไฟฟ้า

(10) ราคาค่าไฟฟ้าจะถูกลง และเป็นพลังงานสะอาดอย่างเหลือเชื่อ : การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากใน 30 ปีที่ผ่านมา แต่คุณเพิ่งจะเห็นผลกระทบของมัน ปีที่แล้วมีการติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกมากกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินฟอสซิล ราคาค่าไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จะถูกลงอย่างมากจนทำให้บริษัทเหมืองแร่ถ่านหินต้องปิดตัวลงในปี 2025

(11) ราคาค่าไฟฟ้าที่ถูกลง จะทำให้มีน้ำราคาถูกและน้ำเหลือเฟือจากการเปลี่ยนน้ำทะเลให้กลายเป็นน้ำจืด โดยการใช้กระแสไฟฟ้าเพียง 2kwh ต่อการผลิตน้ำจืดหนึ่งลูกบาศก์เมตร เราจะไม่ขาดแคลนน้ำในสถานที่ส่วนใหญ่อีกต่อไป เพียงแต่อาจขาดแคลนน้ำดื่มเท่านั้น ลองจินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น ถ้าทุกคนสามารถมีน้ำสะอาดให้ใช้ได้เท่าที่ต้องการโดยเกือบจะไม่มีค่าใช้จ่ายเลย

(12) สุขภาพ : ราคา Tricoder X จะมีการประกาศในปีนี้ จะมีบริษัทที่ผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทำงานได้กับโทรศัพท์ของคุณ (ชื่อ “Tricoder” มาจากภาพยนตร์เรื่อง Star Trek) ซึ่งจะสแกนม่านตาของคุณ พร้อมทั้งตรวจตัวอย่างเลือดและลมหายใจของคุณ แล้ววิเคราะห์ข้อมูลทางชีวภาพ 54 ตัวที่จะบอกโรคได้เกือบทุกชนิด ด้วยราคาที่แสนถูก ดังนั้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ก็จะสามารถเข้าถึงการแพทย์ระดับโลกในราคาเกือบฟรี

(13) การพิมพ์ 3 มิติ : ราคาของเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่ถูกที่สุดได้ลดลงจาก 18,000 $ มาเป็น 400 $ ภายในเวลาเพียง 10 ปีและมีความเร็วขึ้นกว่าเดิม 100 เท่า บริษัทรองเท้าใหญ่ๆ ได้เริ่มต้นการผลิตรองเท้าด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ รวมถึงสนามบินที่อยู่ห่างไกลก็เริ่มมีการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ของเครื่องบินโดยเครื่องพิมพ์ 3 มิติแล้ว สถานีอวกาศในขณะนี้ก็มีเครื่องพิมพ์ 3 มิติสำหรับผลิตชิ้นส่วนอะไหล่เอง เพื่อลดความจำเป็นในการเก็บอะไหล่จำนวนมาก ในปลายปีนี้ สมาร์ทโฟนใหม่จะมีความสามารถในการสแกน 3 มิติ ที่จะทำให้คุณสามารถสแกนเท้าของคุณและพิมพ์รองเท้า 3 มิติที่เหมาะสมกับเท้าของคุณไว้ใส่เองที่บ้านได้ ประเทศจีนในขณะนี้มีการสร้างอาคารสำนักงาน 6 ชั้นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติแล้ว ภายในปี 2027 10% ของผลิตภัณฑ์ทุกอย่างจะถูกผลิตโดยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

(14) โอกาสทางธุรกิจ : ถามตัวคุณเองก่อนว่า “ในอนาคตจะเกิดสิ่งนั้นขึ้นไหม” ถ้าคำตอบคือใช่ คุณจะมีวิธีทำให้มันเกิดขึ้นเร็วกว่านี้ไหม แต่ถ้ามันไม่สามารถจะใช้งานร่วมกับโทรศัพท์ของคุณ ก็จงลืมความคิดนั้นไปได้ เพราะความคิดใดๆ ที่ออกแบบมาเพื่อความสำเร็จในศตวรรษที่ 20 จะล้มเหลวในศตวรรษที่ 21

(15) ตำเหน่งงาน : 70-80% ของตำแหน่งงานจะหายไปใน 20 ปีข้างหน้า จะมีงานใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก แต่ก็อาจจะยังไม่เพียงพอในระยะเวลาที่สั้นเกินไป

(16) การเกษตร: ในอนาคตจะมีหุ่นยนต์ที่ใช้สำหรับการเกษตรราคาถูกเพียงตัวละ 100 $ เกษตรกรในโลกที่ 3 จะทำงานเป็นผู้จัดการ แทนที่จะทำงานกลางแดดตลอดทั้งวัน การเกษตรแบบ Aeroponics จะใช้น้ำน้อยมาก

(17) เนื้อลูกวัวที่ผลิตในจานเพาะเลี้ยงเซลและเริ่มมีการขายในขณะนี้จะมีราคาถูกลงกว่าเนื้อลูกวัวจริงภายในปี 2018
ปัจจุบัน 30% ของพื้นที่ทางการเกษตรทั้งหมดใช้สำหรับการเลี้ยงปศุสัตว์ ในอนาคตพื้นที่เหล่านั้นจะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

(18) โปรตีนจากแมลงจะมีการวางตลาดในเร็วๆ นี้ มันมีโปรตีนมากกว่าเนื้อสัตว์ และมันจะถูกติดฉลากว่าเป็น “แหล่งโปรตีนทางเลือก” (เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังคงรังเกียจการกินแมลงเป็นอาหาร)

(19) มีแอปที่เรียกว่า “moodies” ซึ่งสามารถบอกอารมณ์ของคุณได้ในปัจจุบัน แต่ภายในปี 2020 จะมีแอปพลิเคชันที่สามารถบอกการแสดงออกทางใบหน้าของคุณ ว่าคุณกำลังพูดโกหกอยู่ ลองนึกถึงภาพคนดีที่มายืนยันว่า อุปกรณ์ GT 200 ทำงานได้จริง แต่ขณะถูกถ่ายทอด แอปบอกว่าคนคนนี้กำลังตอแหลอยู่

(20) Bitcoin Onecoin Crypto-currency (เงินดิจิตอลที่ใช้ซื้อขายทางอินเตอร์เน็ต) : จะกลายเป็นสกุลเงินกระแสหลักในปีนี้ และอาจจะกลายเป็นสกุลเงินสำรองด้วย

(21) อายุวัฒนะ : ปัจจุบันค่าเฉลี่ยของชีวิตมนุษย์เพิ่มขึ้น 3 เดือนทุกปี 4 ปีที่แล้ว อายุเฉลี่ยของมนุษย์อยู่ที่ 79 ปี ปัจจุบันนี้เพิ่มเป็น 80 ปี ภายในปี 2036 เราทุกคนอาจมีชีวิตยืนยาวไปมากกว่า 100 ปี

(22) การศึกษา : ปัจจุบันราคาสมาร์ทโฟนที่ถูกที่สุดอยู่ที่ 10 $ ในแอฟริกาและเอเชีย ภายในปี 2020 คนในโลก 70% จะมีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง ซึ่งหมายความว่า ทุกคนจะสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับโลกได้ เด็กทุกคนสามารถใช้ Khan Academy สำหรับเรียนรู้ทุกสิ่งที่เด็กในโรงเรียนของประเทศที่เจริญแล้วเรียนได้ ซอฟท์แวร์นี้ได้เปิดใช้แล้วในอินโดนีเซีย และจะมีเป็นภาษาอาหรับ ภาษาสวาฮิลี และภาษาจีนในฤดูร้อนนี้ สำหรับ App ภาษาอังกฤษจะเปิดให้ใช้ฟรี เพื่อให้เด็กในแอฟริกาได้เรียนพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วภายในเวลาเพียงครึ่งปี
.

ดังนั้น ผู้เตรียมตัวเผชิญหน้ากับอนาคตจึงจะอยู่รอดและได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่
.

คุณประสิทธิ์ องอาจตระกูล เป็นผู้เขียนบทความนี้ สืบเนื่องจากการปิดตัว ของหนังสือพิมพ์บ้านเมือง

(ภาพจากอินเตอร์เนต)